บริษัท กายดูดี ใจมีสุข จำกัด หรือ KAIDORA WELLNESS (ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “คลินิก”) เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงลึกแบบองค์รวม ที่ให้บริการด้านการแพทย์ การดูแลสุขภาพ และการฟื้นฟูสุขภาวะ ภายใต้การดูแลของทีมอาจารย์แพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในสาขาต่าง ๆ คลินิกตระหนักและให้ความสำคัญอย่างสูงสุดต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการ

คลินิกเคารพในสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการ รวมถึงบุคคลที่อยู่ในความดูแลหรืออำนาจปกครองของผู้รับบริการ เช่น ผู้เยาว์ (ซึ่งต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า “ท่าน” หรือ “ผู้รับบริการ” หรือ “เจ้าของข้อมูล”) และมุ่งมั่นดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และสอดคล้องกับมาตรฐานทางการแพทย์ จริยธรรมวิชาชีพ ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คลินิกจึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“นโยบายฉบับนี้”) เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่คลินิกเก็บรวบรวม วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล การเปิดเผยหรือการโอนข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล และสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของคลินิกเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพของท่านจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และได้มาตรฐานวิชาชีพ

1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

คลินิกจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านเข้ารับการรักษา ใช้บริการ ลงทะเบียน ซื้อผลิตภัณฑ์หรือคอร์สการรักษา ติดต่อสอบถาม หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดของคลินิก ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ โดยข้อมูลดังกล่าวอาจถูกจัดเก็บในรูปแบบเอกสารและ/หรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขต วัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมายตามที่กฎหมายกำหนด

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data)

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ซึ่งสามารถระบุตัวตนของท่านได้โดยตรงหรือโดยอ้อม โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลดังต่อไปนี้

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา และข้อมูลสุขภาพบางประเภท เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง หมู่เลือด ความดันโลหิต ดัชนีมวลกาย ประวัติการตั้งครรภ์ ประเภทผิว สีผิว และลักษณะสภาพผิว

คลินิกจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวต่อเมื่อมีฐานกฎหมายรองรับตามที่กฎหมายกำหนด และ/หรือได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้ง จากท่านเท่านั้น เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

1.3 ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health Data)

“ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกายและสุขภาพจิตของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ประวัติโรค แบบประเมินหรือแบบสำรวจด้านสุขภาพ พฤติกรรมด้านสุขภาพ ประวัติการรักษา ประวัติการแพ้ยาและอาหาร รายละเอียดการวินิจฉัย ชื่อหัตถการหรือการผ่าตัด ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภาพถ่ายทางการแพทย์ รายการยาที่แพทย์สั่งใช้ คำแนะนำของแพทย์ และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการรักษา การฟื้นฟู และการดูแลสุขภาพของท่าน

ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลดังกล่าวจะถูกประมวลผลโดยคลินิกภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินการด้วยความระมัดระวังตามมาตรฐานวิชาชีพ จริยธรรมทางการแพทย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2. ช่องทางการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

คลินิกอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขต วัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมายตามที่กฎหมายกำหนด

3. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

คลินิกจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว และข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลของท่าน (“การประมวลผลข้อมูล”) ภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

ลำดับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทข้อมูลที่เกี่ยวข้องฐานทางกฎหมาย
1เพื่อการประเมิน วินิจฉัย รักษา ฟื้นฟู และติดตามผลด้านสุขภาพ รวมถึงการจัดทำเวชระเบียนและการให้คำแนะนำทางการแพทย์ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลการปฏิบัติตามสัญญา การปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย ประโยชน์สาธารณะด้านสาธารณสุข และ/หรือ ความยินยอมโดยชัดแจ้ง
2เพื่อการบริหารจัดการการให้บริการ การนัดหมาย การลงทะเบียน การเรียกเก็บเงิน และการติดต่อสื่อสารกับผู้รับบริการข้อมูลส่วนบุคคลการปฏิบัติตามสัญญา ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
3เพื่อการตรวจสอบและยืนยันตัวตน การป้องกันการแอบอ้าง และการรักษาความปลอดภัยของระบบและสถานที่ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางเทคนิคประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย
4เพื่อการวิเคราะห์ ประเมิน และพัฒนาคุณภาพการรักษา การบริการ ระบบงาน และประสบการณ์ของผู้รับบริการ (อาจใช้ข้อมูลในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยตรง)ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (แบบไม่ระบุตัวตน)ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ประโยชน์สาธารณะด้านสาธารณสุข
5เพื่อการศึกษา วิเคราะห์ หรือวิจัยทางการแพทย์และสุขภาพเชิงลึก ภายใต้จริยธรรมทางการแพทย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวประโยชน์สาธารณะด้านสาธารณสุข และ/หรือ ความยินยอมโดยชัดแจ้ง
6เพื่อการแจ้งข้อมูล การนัดหมาย การให้ความรู้ด้านสุขภาพ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกิจกรรมทางการตลาดข้อมูลส่วนบุคคลความยินยอม
7เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ รวมถึงการป้องกันหรือระงับการกระทำที่อาจผิดกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย
8เพื่อการคุ้มครองสิทธิ การใช้สิทธิเรียกร้อง การต่อสู้คดี หรือการบังคับใช้สิทธิของคลินิกหรือผู้รับบริการข้อมูลส่วนบุคคลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
9เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลที่เกี่ยวข้องความยินยอม

4. การเปิดเผย การโอน และการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล

คลินิกจะไม่เปิดเผย แบ่งปัน หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการ การดำเนินงานของคลินิก หรือเป็นไปตามกฎหมาย โดยจะดำเนินการภายใต้ขอบเขต วัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ

5. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

คลินิกจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว และข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลของท่านไว้ เท่าที่จำเป็น เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ หรือเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

โดยทั่วไป คลินิกจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 10 (สิบ) ปี นับแต่วันที่ท่านเข้ารับการรักษาหรือใช้บริการครั้งสุดท้าย เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นระยะเวลานานกว่านั้น หรือกรณีที่ยังมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้อง การป้องกันหรือระงับข้อพิพาท หรือการดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล หรือเมื่อข้อมูลดังกล่าวไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลอีกต่อไป คลินิกจะดำเนินการ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยใช้วิธีการที่เหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

6. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

คลินิกตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว และข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลของท่าน คลินิกจึงได้กำหนดและดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิค เชิงบริหารจัดการ และเชิงกายภาพ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การแก้ไข การเปิดเผย หรือการทำลายข้อมูลโดยมิชอบหรือโดยไม่ได้รับอนุญาต

มาตรการดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

ทั้งนี้ คลินิกจะทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ความเสี่ยง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ ทั้งนี้ ภายใต้ขอบเขต เงื่อนไข และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีสิทธิสำคัญดังต่อไปนี้

ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านอาจอยู่ภายใต้ข้อจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด และคลินิกขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำร้องในกรณีที่กฎหมายอนุญาต

8. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และเสมือนไร้ความสามารถ

คลินิกไม่มีความประสงค์และไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นในการให้บริการรักษาและการดูแลสุขภาพตามวัตถุประสงค์ของคลินิก ทั้งนี้ กรณีที่ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถประสงค์จะเข้ารับการรักษาหรือใช้บริการของคลินิก การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครอง ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลของบุคคลดังกล่าวแล้ว เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

9. การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

คลินิกอาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย แนวปฏิบัติของหน่วยงานกำกับดูแล เทคโนโลยี หรือรูปแบบการให้บริการของคลินิก ในกรณีที่มีการปรับปรุงนโยบายดังกล่าว คลินิกจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม เช่น เว็บไซต์ของคลินิก หรือช่องทางการสื่อสารอื่นที่คลินิกกำหนด โดยนโยบายฉบับที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนั้นเป็นต้นไป

10. ช่องทางการติดต่อเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านประสงค์จะใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ หรือข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อคลินิกได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

คลินิกจะดำเนินการพิจารณาและตอบกลับคำร้องหรือข้อสอบถามของท่านภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด